14 มีนาคม 2562 ฝุ่นควันพุ่งแดงโร่ เหนือสำลักมลพิษกระทบสุขภาพ เชียงใหม่ติดอันดับโลก

ที่มา: https://www.naewna.com/local/401358

ภาคเหนือหลายจังหวัดยังสาหัส ฝุ่นพิษหมอกควันปกคลุมต่อเนื่อง คุณภาพอากาศแดงเถือกตั้งแต่แม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ปริมาณ PM2.5 พุ่งกระทบสุขภาพ เหตุไฟป่า-ลอบเผา ในพื้นที่จากประเทศเพื่อนบ้าน ผู้ว่าฯประสานเมียนมา ช่วยดูแล ยอดผู้ป่วยทางเดินหายใจเข้ารพ.พุ่ง เตือน 30 จังหวัดรับพายุฤดูร้อนถล่ม

กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) รายงานผลตรวจวัดปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็ก 2.5 ไมครอนหรือ PM 2.5 สถานีตำบลจองคำ อ.เมือง จ.แม่ฮ่องสอน วัดค่าได้ 94 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) และค่าดัชนีคุณภาพอากาศอยู่ที่ 204 อยู่ในระดับเป็นอันตรายต่อสุขภาพ โดยค่าฝุ่นPM 2.5 พุ่งสูงเกินค่ามาตรฐานต่อเนื่องมากว่า 1 สัปดาห์แล้ว

แม่ฮ่องสอนสาหัสทั้งฝุ่น-ไฟป่า

นักอุตุนิยมวิทยาปฏิบัติการ สถานีอุตุนิยมวิทยาจังหวัดแม่ฮ่องสอนเปิดเผย สภาพอากาศของจังหวัดแม่ฮ่องสอนว่า อุณหภูมิต่ำสุดเช้าวันนี้วัดได้ 15.9 องศาเซลเซียส ซึ่งอุณหภูมิที่ต่ำมีผลต่อหมอกควันไฟป่า เนื่องจากความกดอากาศกดกลุ่มควันให้ปกคลุมตัวเมืองแม่ฮ่องสอน และส่งผลให้ค่าฝุ่น PM 2.5 มีค่าเพิ่มสูงขึ้น ขณะที่ค่าทัศนวิสัยในการมองเห็นสำหรับการบิน เมื่อเวลา 08.00 น.วัดได้ในระยะ 3,000 เมตร คาดว่าวันนี้ เครื่องบินของสายการบินบางกอกแอร์เวย์ อาจต้องยกเลิกเที่ยวบิน เนื่องจากค่าทัศนวิสัยการบินของเครื่องบินแบบ ATR-72 ต้องไม่ต่ำกว่า 6,000 เมตร ในส่วนการป้องกันและแก้ปัญหาไฟป่าแต่ละอำเภอของจังหวัดแม่ฮ่องสอน มีการจัดเวรยามของราษฎรแต่ละหมู่บ้าน ป้องกันการลักลอบเข้าไปเผาป่า และมีการซักซ้อมการดับไฟป่าทุกอำเภอและทุกหมู่บ้าน แต่ปรากฏว่า ในทุกวันนี้ปัญหาไฟป่า ไม่ได้เกิดบริเวณพื้นที่รอบหมู่บ้าน แต่กลับมีการลักลอบจุดไฟเผาป่าใกล้แนวชายแดน และป่าที่อยู่ห่างไกลจากเส้นทางคมนาคม เจ้าหน้าที่ไม่สามารถเข้าดับไฟป่าได้ ส่งผลให้สถานการณ์เลวร้ายมากขึ้นทุกวัน

ผู้ป่วยทางเดินหายใจยอดเพิ่ม

ที่จังหวัดเชียงรายสถานการณ์ฝุ่นยังเพิ่มสูงขึ้นต่อเนื่องในเขตอำเภอเมืองพบว่าเวลา 04.00น. วัดปริมาณฝุ่น PM 2.5 ได้ 89 มคก./ลบ.ม. และฝุ่น PM 10 วัดได้ 117มคก./ลบ.ม. ส่วนที่อำเภอแม่สาย ชายแดนไทย-เมียนมา พบว่าค่าPM 2.5 วัดได้ 174 มคก./ลบ.ม. และขนาด PM 10 วัด 228 มคก./ลบ.ม. ถือว่าสูงกว่าทุกวันที่ผ่านมาและอยู่ในเกณฑ์ที่มีผลกระทบต่อสุขภาพติดต่อกันเป็นวันที่3แล้ว ทั้งนี้พบผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจทั้งจากอำเภอแม่สายและข้างเคียง ตลอดจนชาวเมียนมาจากจังหวัดท่าขี้เหล็ก เดินทางมารักษาตัวที่โรงพยาบาลแม่สายเพิ่มขึ้น

พ่อเมืองประสานเมียนมาหยุดเผา

สำหรับการเกิดจุดไฟไหม้หรือฮอตสปอตในจังหวัดเชียงรายนั้น ถือว่ามีน้อยมาก หลัง ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายประกาศใช้มาตรการป้องกันแก้ปัญหามลพิษจากหมอกควันไฟป่าและการเผาในที่โล่ง จ.เชียงราย ปี 2561-25562 โดยห้ามเผาเด็ดขาด ระหว่างวันที่ 15 กุมภาพันธ์-15 เมษายน พบว่าเกิดฮอตสปอต ขึ้นประมาณ 20 จุด แต่เนื่องจากจุดฮอตสปอตเกิดขึ้นในอำเภอเชียงของ อำเภอดอยหลวง อำเภอเทิง อำเภอพาน อำเภอแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่สรวย อำเภอเวียงแก่น และอำเภอเวียงป่าเป้า เป็นส่วนใหญ่ รวมทั้งเกิดไฟลุกไหม้ป่าเป็นบริเวณกว้างฝั่งจ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา โดยเฉพาะตรงข้ามบ้านผาหมี ตำบลเวียงพางคำ อำเภอแม่สาย ทำให้สภาพอากาศในอำเภอเมืองเชียงรายและอำเภอแม่สายอยู่ในระดับวิกฤติ

นายอำเภอแม่สายกล่าวว่า สถานการณ์เกิดฝุ่นหมอกควันมากในอำเภอแม่สาย เกิดจากภูมิประเทศ,ภูเขาล้อมรอบเป็นแอ่งกระทะ ประกอบกับอากาศเย็นทำให้เกิดความกดอากาศและช่วง 2-3 วันที่ผ่านมาเกิดไฟไหม้ฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้สภาพอากาศอยู่ในระดับมีผลกระทบต่อสุขภาพดังกล่าว แต่ขณะนี้ไฟไหม้ลดลงแล้ว คาดว่าอีกไม่กี่วันค่าฝุ่นหมอกควันในอากาศคงจะลดลงตามลำดับ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายประสานประเทศเพื่อนบ้าน ให้ระวังการเผาและขอความร่วมมือประชาชนงดเผาเด็ดขาด ซึ่งประชาชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

เชียงใหม่ยังวิกฤติฝุ่นพุ่ง183มคก.

สภาพอากาศในอำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ ยังมีหมอกควันปกคลุมหนาแน่น คุณภาพอากาศเกินค่ามาตรฐานถึงขั้นกระทบต่อสุขภาพเกือบทุกจุดติดต่อกันเป็นวันที่ 3 โดยปริมาณฝุ่นยังติดอันดับ 1 ของโลก โดยเฉพาะต.ช้างเผือก ค่าฝุ่น PM 2.5 พุ่งสูงถึง 183 มคก./ลบ.ม. ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ชี้แจงปัญหาฝุ่นควันพิษที่เกิดขึ้นขณะนี้ว่า ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือระบุสาเหตุมาจากลมบนและลมล่างมีกำลังอ่อนตัว ทำให้หมอกควันไม่กระจายตัวขึ้นด้านบน โดยหมอกควันเกิดจาก 2 ส่วน ทั้งในและต่างประเทศ เข้ามารวมกันในตัวเมืองเชียงใหม่ ซึ่งมีลักษณะเป็นแอ่งกระทะ คาดว่าช่วง 2–3 วัน จะมีลมเข้ามา อากาศจะลอยตัวสูงขึ้น คุณภาพอากาศจะดีขึ้น ทั้งนี้ ทุกภาคส่วนในจังหวัดไม่ได้นิ่งนอนใจ ร่วมกันแก้ปัญหาทั้งฉีดพ่นละอองน้ำ เพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ ลดฝุ่นละออง และทำม่านน้ำฟอกอากาศ 4 จุดรอบคูเมือง พ่นละอองน้ำบนตึกสูงทั่วเมืองเชียงใหม่ พร้อมกัน

เตือน30จว.รับพายุฤดูร้อนถล่ม

อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ออกประกาศกรมอุตุนิยมวิทยา ประกาศเตือนฉบับที่ 2 พายุฤดูร้อนบริเวณประเทศไทยตอนบน 30 จังหวัดเตรียมรับมือ ช่วงวันที่ 14-18 มีนาคมว่า ประเทศไทยตอนบนจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น มีลักษณะพายุฝนฟ้าคะนอง ลมกระโชกแรง และมีลูกเห็บตกบางพื้นที่ รวมถึงมีฟ้าผ่า โดยจะเริ่มภาคตะวันออกเฉียงเหนือและภาคตะวันออกก่อน ส่วนภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ได้รับผลกระทบวันถัดไป จึงขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากพายุฤดูร้อนที่จะเกิดขึ้น ทั้งนี้ เนื่องจากบริเวณความกดอากาศสูงจากจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้ ขณะที่ไทยมีอากาศร้อน ทำให้บริเวณดังกล่าวจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น จึงขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด